เข้าสู่ระบบ

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนมือถือ: สิทธิ์แอป ตำแหน่ง โฆษณา และการล็อกหน้าจอ (iPhone และ Android)

เผยแพร่ 2026-08-15 · โดย ทีมงานแตงโมโม.คอม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบนมือถือ: สิทธิ์แอป ตำแหน่ง โฆษณา และการล็อกหน้าจอ (iPhone และ Android)

มือถือเป็นที่เก็บข้อมูลเกือบทุกอย่างของเรา ตั้งแต่รูป ข้อความ รายชื่อ ตำแหน่งที่เราไป ไปจนถึงแอปธนาคาร แต่หลายคนใช้งานมาหลายปีโดยที่ไม่เคยเปิดดูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเลย ทั้งที่ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ปรับให้ปลอดภัยขึ้นมากได้

บทความนี้อธิบายเป็นหลักการที่ใช้ได้กับทั้ง iPhone และ Android ไม่ผูกกับรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะชื่อเมนูและตำแหน่งของการตั้งค่าต่างกันไปตามยี่ห้อ รุ่น และเวอร์ชันของระบบ ถ้าหาเมนูไม่เจอ ให้ใช้ช่องค้นหาในหน้าตั้งค่า แล้วพิมพ์คำสำคัญ เช่น “ตำแหน่ง” “สิทธิ์” “ความเป็นส่วนตัว” หรือ “โฆษณา”

ภาพประกอบโทรศัพท์มือถือที่มีสวิตช์เปิดปิดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
ภาพประกอบโทรศัพท์มือถือที่มีสวิตช์เปิดปิดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

1. ตั้งการล็อกหน้าจอให้แข็งแรงก่อน

ถ้ามือถือหายหรือถูกหยิบไป การล็อกหน้าจอคือด่านแรกที่กันข้อมูลทั้งหมดของเรา

  • ใช้รหัสผ่านตัวเลขยาวอย่างน้อยหกหลัก หรือรหัสผ่านแบบตัวอักษรผสม ไม่ใช้วันเกิด 123456 หรือเลขซ้ำๆ
  • เปิดสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้าเพื่อความสะดวก แต่ยังต้องตั้งรหัสสำรองไว้
  • ตั้งให้ล็อกหน้าจออัตโนมัติในเวลาสั้นๆ
  • ปิดหรือจำกัดการแสดงเนื้อหาข้อความบนหน้าจอล็อก เพื่อไม่ให้คนข้างๆ เห็น OTP หรือข้อความส่วนตัว
  • เปิดฟีเจอร์ตามหามือถือที่หายและล็อกระยะไกล ซึ่งมีทั้งในระบบของ iPhone และ Android
  • ตั้งให้ต้องใช้รหัสก่อนปิดเครื่องหรือเปลี่ยนการตั้งค่าบัญชีสำคัญ ถ้าระบบมีตัวเลือกนี้
ถ้าใช้บัตรหรือแอปจ่ายเงินในมือถือ ยิ่งต้องตั้งรหัสให้เดายาก เพราะมือถือหนึ่งเครื่องอาจเท่ากับกระเป๋าเงินทั้งใบ

2. ตรวจสิทธิ์ของแอปทีละตัว

แอปต้องขอสิทธิ์ก่อนเข้าถึงสิ่งต่างๆ เช่น กล้อง ไมโครโฟน ตำแหน่ง รูปภาพ และรายชื่อ ปัญหาคือเราอนุญาตไปตอนติดตั้งแล้วลืม จนแอปเก่าๆ ยังมีสิทธิ์อยู่ โดยหลักการให้ถามตัวเองว่า แอปนี้จำเป็นต้องใช้สิทธิ์นี้เพื่อทำงานหรือไม่

สิทธิ์ควรอนุญาตเมื่อข้อควรระวัง
กล้องแอปถ่ายภาพ วิดีโอคอล สแกนคิวอาร์แอปอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ควรได้รับ
ไมโครโฟนโทรศัพท์ แชตเสียง บันทึกเสียงเลือก “เฉพาะตอนใช้แอป” ถ้ามีตัวเลือก
รูปภาพแอปแต่งรูป แอปแชตที่ต้องส่งรูปเลือกให้เข้าถึงเฉพาะรูปที่เลือก แทนทั้งอัลบั้ม
รายชื่อแอปโทรศัพท์ แอปแชตแอปเกมหรือแอปเครื่องมือไม่ควรต้องการรายชื่อ
ตำแหน่งแอปแผนที่ เรียกรถ ส่งอาหารดูหัวข้อถัดไป
ไฟล์และพื้นที่เก็บข้อมูลแอปจัดการไฟล์ แอปคลาวด์ระวังแอปที่ขอสิทธิ์เข้าถึงทุกไฟล์
  1. เปิดหน้าตั้งค่า แล้วหาเมนูที่เกี่ยวกับ “ความเป็นส่วนตัว” หรือ “สิทธิ์ของแอป” (ชื่อต่างตามระบบ)
  2. เลือกดูทีละสิทธิ์ เช่น กล้อง ไมโครโฟน ตำแหน่ง แล้วดูว่ามีแอปใดบ้างที่ได้รับสิทธิ์
  3. ปิดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็น
  4. ถอนการติดตั้งแอปที่ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะยิ่งมีแอปน้อย ช่องทางรั่วไหลก็ยิ่งน้อย

ถ้าปิดแล้วแอปใช้งานไม่ได้ เราก็เปิดกลับได้ทุกเมื่อ ไม่มีอะไรเสียหาย

3. จำกัดการเข้าถึงตำแหน่ง

ตำแหน่งเป็นข้อมูลละเอียดอ่อนมาก เพราะบอกทั้งที่อยู่ ที่ทำงาน และกิจวัตรของเรา ระบบส่วนใหญ่มีตัวเลือกแบบละเอียดให้เลือก

  • ตลอดเวลา ให้เฉพาะแอปที่ต้องใช้จริงๆ เช่น แอปตามหามือถือ หรือแอปแชร์ตำแหน่งกับครอบครัว
  • เฉพาะตอนใช้แอป ตัวเลือกที่เหมาะกับแอปแผนที่และเรียกรถ
  • ถามทุกครั้ง เหมาะกับแอปที่ใช้นานๆ ครั้ง
  • ไม่อนุญาต สำหรับแอปที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น เกม แอปไฟฉาย แอปแต่งรูป
  • ตำแหน่งโดยประมาณ ถ้าระบบมีให้เลือก เหมาะกับแอปพยากรณ์อากาศหรือข่าวที่ไม่ต้องรู้จุดที่แน่นอน

อีกเรื่องที่มักลืมคือ ข้อมูลตำแหน่งที่ฝังอยู่ในรูปภาพ รูปที่ถ่ายด้วยมือถืออาจมีพิกัดติดไปด้วย ก่อนโพสต์รูปบ้านหรือรูปลูกในที่สาธารณะ ให้ตรวจดูว่าตั้งค่าไม่ให้ใส่ตำแหน่งในรูป หรือใช้ตัวเลือกลบตำแหน่งตอนแชร์

อย่าเปิดแชร์ตำแหน่งกับคนที่ไม่รู้จักดี และตรวจดูเป็นระยะว่าตอนนี้เรากำลังแชร์ตำแหน่งกับใครบ้าง

4. ลดการติดตามเพื่อโฆษณา

โฆษณาที่ตามเราไปทุกแอปเกิดจากการเก็บพฤติกรรมของเราเพื่อทำโปรไฟล์ เราปิดได้ไม่ทั้งหมด แต่ลดได้มาก

  • หาเมนูเกี่ยวกับ “โฆษณา” หรือ “การติดตาม” ในหน้าตั้งค่าความเป็นส่วนตัว แล้วปิดการให้แอปติดตามข้ามแอป หรือปิดโฆษณาที่ปรับตามความสนใจ
  • รีเซ็ตรหัสประจำตัวโฆษณาเป็นระยะ ถ้าระบบมีให้
  • เมื่อแอปถามว่าจะอนุญาตให้ติดตามหรือไม่ ให้เลือกไม่อนุญาตเป็นค่าเริ่มต้น
  • เข้าไปดูการตั้งค่าบัญชี Google หรือ Apple เพื่อดูว่ากำลังเก็บประวัติอะไรบ้าง เช่น ประวัติตำแหน่ง ประวัติการค้นหา แล้วเลือกปิดหรือตั้งลบอัตโนมัติ
  • เลือกเบราว์เซอร์และเครื่องมือค้นหาที่เน้นความเป็นส่วนตัว และเปิดตัวเลือกบล็อกตัวติดตาม

การลดการติดตามไม่ได้ทำให้โฆษณาหายไป แต่ทำให้โฆษณาไม่สัมพันธ์กับพฤติกรรมของเรามากนัก และลดข้อมูลที่ถูกเก็บในระยะยาว

5. ตรวจบัญชีและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับมือถือ

ความเป็นส่วนตัวไม่ได้อยู่แค่ในเครื่อง แต่รวมถึงบัญชีที่ผูกไว้ด้วย

  1. ตรวจรายการอุปกรณ์ที่ล็อกอินบัญชี Google หรือ Apple ของเรา สั่งออกจากระบบเครื่องที่ไม่รู้จักหรือไม่ได้ใช้แล้ว
  2. ตรวจรายการแอปหรือเว็บที่เราเคยใช้บัญชี Google หรือ Apple ล็อกอิน แล้วตัดการเชื่อมต่อตัวที่ไม่ใช้แล้ว
  3. เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนให้บัญชีหลัก
  4. ตรวจรายการแอปที่ใช้งานบน Bluetooth, Wi-Fi และอุปกรณ์ใกล้เคียง ปิดการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้
  5. ตรวจแอปที่ได้รับสิทธิ์พิเศษ เช่น แอปที่เปิดอ่านการแจ้งเตือน หรือแอปที่ควบคุมการช่วยการเข้าถึง ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่มีอำนาจมาก
ภาพประกอบกุญแจล็อกหน้าจอมือถือ
ภาพประกอบกุญแจล็อกหน้าจอมือถือ

6. ดูแลการแจ้งเตือน การสำรองข้อมูล และการอัปเดต

เรื่องเหล่านี้ดูไม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว แต่มีผลโดยตรง

  • อัปเดตระบบและแอป การอัปเดตมักแก้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เปิดอัปเดตอัตโนมัติไว้
  • สำรองข้อมูลอย่างมีสติ การสำรองไปยังคลาวด์ช่วยเมื่อเครื่องหาย แต่ให้ตั้งบัญชีคลาวด์ด้วยรหัสผ่านแข็งแรงและยืนยันสองขั้นตอน
  • ติดตั้งแอปจากร้านแอปมาตรฐานเท่านั้น ไม่ติดตั้งไฟล์จากลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความ
  • ปิดการแจ้งเตือนที่แสดงเนื้อหาบนหน้าจอล็อก สำหรับแอปธนาคารและอีเมล
  • ระวัง Wi-Fi และชาร์จสาธารณะ ใช้สายและที่ชาร์จของตัวเอง หลีกเลี่ยงการเสียบสายกับพอร์ตที่ไม่รู้ที่มา

7. เมื่อมือถือหายหรือถูกขโมย ทำอะไรได้บ้าง

ถ้าตั้งค่าเตรียมไว้ตั้งแต่ต้น จะรับมือได้เร็วขึ้นมาก

  1. ใช้บริการตามหามือถือของ Apple หรือ Google จากเครื่องอื่น เพื่อดูตำแหน่ง ล็อกเครื่อง หรือลบข้อมูลระยะไกล
  2. โทรหาผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อระงับซิมการ์ด
  3. เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญจากเครื่องอื่น
  4. แจ้งธนาคารเพื่อระงับแอปหรือบัตรที่ผูกกับเครื่อง ถ้าจำเป็น
  5. แจ้งความตามความเหมาะสม และเก็บเลขประจำเครื่องไว้ล่วงหน้าเผื่อใช้ติดตามเรื่อง

บันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้ในที่ที่ไม่ได้อยู่บนมือถือเอง เช่น กระดาษหรือโน้ตในบัญชีอื่น เพื่อให้เปิดดูได้แม้เครื่องหาย

คำถามที่พบบ่อย

  • iPhone ปลอดภัยกว่า Android ไหม แต่ละระบบมีจุดแข็งต่างกัน ความปลอดภัยจริงขึ้นอยู่กับการอัปเดต การตั้งค่า และพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก
  • การสแกนใบหน้าหรือนิ้วมือปลอดภัยไหม ปลอดภัยในระดับดี และสะดวก แต่ควรมีรหัสสำรองที่แข็งแรงเสมอ
  • ปิดตำแหน่งทั้งเครื่องดีไหม ได้ แต่แอปแผนที่และการตามหามือถือจะใช้งานไม่ได้ วิธีที่ดีกว่าคือเปิดแบบเลือกเป็นรายแอป
  • ต้องทำทุกข้อไหม ไม่ต้อง เริ่มจากข้อ 1 และ 2 ก็ลดความเสี่ยงได้มากแล้ว

สรุป

ความเป็นส่วนตัวบนมือถือไม่ได้ต้องใช้ความรู้เทคนิค แต่ต้องใช้เวลาเปิดดูการตั้งค่าสักครั้งแล้วปรับให้เหมาะกับตัวเอง หลักง่ายๆ คือ ล็อกหน้าจอให้แข็งแรง ให้สิทธิ์แอปเท่าที่จำเป็น จำกัดตำแหน่ง ลดการติดตามโฆษณา และตรวจบัญชีที่ผูกไว้เป็นประจำ

ขั้นตอนถัดไปที่ทำได้เลยคือ เปิดหน้าตั้งค่า เข้าเมนูสิทธิ์ตำแหน่ง แล้วเปลี่ยนแอปที่ไม่จำเป็นให้เป็น “ไม่อนุญาต” จากนั้นตั้งเตือนในปฏิทินให้กลับมาตรวจอีกครั้งในอีกสามเดือน

บทความที่คุณอาจสนใจ

วิธีสังเกตอีเมล SMS และเว็บไซต์หลอกลวง (ฟิชชิง) และต้องทำอย่างไรถ้าหลงกดไปแล้ว
How-to

วิธีสังเกตอีเมล SMS และเว็บไซต์หลอกลวง (ฟิชชิง) และต้องทำอย่างไรถ้าหลงกดไปแล้ว

ฟิชชิงคือการหลอกให้กรอกข้อมูลหรือกดลิงก์อันตราย เรียนรู้วิธีสังเกตอีเมล SMS และเว็บปลอมทีละจุด พร้อมขั้นตอนรับ…

Cloud คืออะไร เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ รู้จัก SaaS, Cloud Storage ข้อดีและข้อควรระวัง
เทคโนโลยี

Cloud คืออะไร เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ รู้จัก SaaS, Cloud Storage ข้อดีและข้อควรระวัง

Cloud หรือคลาวด์คืออะไร ทำงานยังไง ต่างจากเก็บไฟล์ในเครื่องอย่างไร รู้จัก SaaS, Cloud Storage พร้อมข้อดีและข้อ…

คีย์ลัดที่ควรรู้ ใช้ได้ทุกวัน ทั้ง Windows และ Mac แยกตามงาน พร้อมตารางสรุป
ซอฟต์แวร์

คีย์ลัดที่ควรรู้ ใช้ได้ทุกวัน ทั้ง Windows และ Mac แยกตามงาน พร้อมตารางสรุป

รวมคีย์ลัดมาตรฐานที่ใช้ทุกวันบน Windows และ Mac แยกเป็นกลุ่ม คัดลอกวาง จัดการหน้าต่าง ทำงานกับข้อความ เบราว์เซ…